ธุรกิจของไทยส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรรม

มีอาชีพที่คนชอบทำคืออาชีพค้าขายเพราะบางคนเริ่มต้นจากการมีเงินสองพันบาทเท่านั้น ส่วนเด็กวัยรุ่นที่มีเพื่อนในกลุ่มนั้นแหละที่เห็นว่ามีเพื่อนคนหนึ่ง สมมติให้ชื่อนายแก้ว ปรากฏว่านายนัดเห็นนายแก้วมีเงินใช้และอยากมีเงินใช้อย่างนายแก้วบ้างจึงคิดจะทำเรื่องผิดกฎหมาย ซึ่งไม่เหมือนกับพ่อค้าเลย เขาบอกว่ามีอยู่วันหนึ่งไปลองซื้อของมาหนึ่งอย่าราคาเพียงหนึ่งพันบาท แล้วเอามาแบ่งขาย ทำขายใหม่

และเห็นว่ามีลูกค้ามาซื้อเยอะ เขาจึงรู้สึกว่ามันได้กำไรเยอะและง่ายมาก จากนั้นเขาจึงค่อยๆ ลงทุนทีละน้อยจนในที่สุดกิจการก็ขยายใหญ่ขึ้นจนเป็นที่รู้จักและยอมรับของคนทั่วไป จึงเปิดบริษัทผลิตสินค้าชนิดนั้นขึ้นและรับผู้ที่เคยผ่านการต้องโทษจำคุกขังมาก่อนเข้าทำงานในบริษัทของเขาอย่างไม่มีเงื่อนไข ด้านนายนัดจึงถามนายแก้วว่าไปทำอะไรมาทำไมมีเงินใช้เยอะขึ้น นายแก้วก็ตอบนายนัดไปว่าไปเล่นบาสเก็ตบอลมา มีการชักชวนกันไปเล่นบาสเก็ตบอลฟุตบอลทั้งกลุ่ม พอไม่มีจึงขอยืมเจ้ามือก่อน เพราะเจ้ามือยอมให้ยืมเล่นก่อนทำให้เด็กพวกนี้สามารถเล่นบาสเก็ตบอลต่อไปได้ ด้วยความที่รู้เท่าไม่ถึงกาลของเด็กจึงตกเป็นเหยื่อบาสเก็ตบอลส่วนด้านพ่อค้าเขายังร่วมกับหน่วยงานรัฐและเอกชนเพื่อเปิดโอกาสและช่วยเหลือบุคคลที่เคยผ่านการติดคุกให้มีอาชีพและมีรายได้ โดยมีการฝึกอบรมและฝึกการงานให้กับบุคคลเหล่านี้ ถือเป็นบุคคลที่หน้าเอาเป็นเยี่ยงอย่างในเรื่องของการกลับตัวเป็นคนดีและหันมาช่วยเหลือสังคม เพียงเพราะปัญหาต่างๆ มาจากบาสเก็ตบอลเพียงอย่างเดียว เมื่อเพื่อนผู้ชายกลุ่มนี้ก็เริ่มถะล่ำลึกขึ้นเรื่อยๆ เพราะมีการบอกต่อกันว่าได้เงินง่ายมายังไง เมื่อเล่นก็ได้เงินปั๊บ จึงทำให้พากันเล่นไม่ยอมเลิก จนวันหนึ่งพี่ชายเพื่อนมาเจอและถามว่าทำอะไร เพื่อนก็พากันตอบว่าเล่นบาสเก็ตบอล พี่ชายก็เตือนว่าเล่นก็มีแต่เสียไม่ค่อยได้กลับมาเลย แต่เพื่อนก็พากันเถียงและไม่เชื่อฟังคำเตือนของพี่ชาย ยังคงพยายามเล่นและพากันหาเงินด้วยวิธีนี้อยู่ คงต้องยอมรับกันว่าในปัจจุบันประเทศไทยได้มีการประกอบธุรกิจที่หลีกเหลี่ยงกฎหมายอย่างมากมายและไม่อาจจะปฏิเสธได้ว่า ธุรกรรมเหล่านั้น ได้ก่อให้เกิดการสูญเสียทางเศรษฐกิจและส่งผลกระทบต่อสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การขยายตัวทางเศรษฐกิจด้านบาสเก็ตบอล ที่มีอัตราการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ควบคู่ไปกับการขยายตัวแบบรุกครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายในวงกว้างขึ้น